เช่ารถไฟฟ้าเที่ยวไทย 1,000 กม. หมดค่าไฟไปกี่บาท?

ช่วงปี 2026 นี้ ใครๆ ก็พูดถึงแต่รถ EV บางคนก็อยากลองขับใจจะขาด แต่จะให้ควักเงินล้านซื้อเลยก็ยังแอบหวั่นใจเรื่องสถานีชาร์จหรือราคาขายต่อ ทำให้เทรนด์การเช่ารถไฟฟ้ากลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสุดๆ ในตอนนี้ โดยเฉพาะคนที่อยากลองใช้ชีวิตกับรถ EV สักระยะหนึ่งก่อนตัดสินใจจริง แล้วไอ้ที่เขาว่า "ชาร์จไฟหลักร้อย วิ่งได้หลักพัน" น่ะ มันเรื่องจริงหรือแค่โฆษณา? และถ้าคุณคิดจะเช่ารถไฟฟ้าระยะยาวหรือเช่ารถไฟฟ้ารายเดือนมันจะคุ้มค่าแค่ไหนเมื่อเทียบกับรถน้ำมันแบบเดิมๆ

ก่อนจะไปดูตัวเลขค่าไฟ ขอพูดถึงเหตุผลที่คนส่วนใหญ่เลือกใช้บริการเช่ารถไฟฟ้ากรุงเทพกันก่อนครับ ส่วนใหญ่หลายคนจะกังวลเรื่อง:

  1. Range Anxiety: กลัวแบตหมดกลางทางแล้วหาที่ชาร์จไม่ได้

  2. Charging Time: กลัวเสียเวลารอชาร์จนานเกินไปจนทริปไม่สนุก

  3. Driving Experience: ฟีลลิ่งการขับรถ EV มันต่างจากรถน้ำมันยังไง?

การเลือกเช่ารถไฟฟ้ารายเดือนจึงเป็น Solution ที่เหมาะมาก เพราะคุณจะได้ลองใช้รถในชีวิตประจำวันจริงๆ ทั้งขับไปทำงาน รถติดในเมือง หรือจะจัดทริปยาวๆ เพื่อดูว่าไลฟ์สไตล์เราเข้ากับรถ EV จริงไหม

ถ้าเราเลือกเช่ารถไฟฟ้ารุ่นยอดนิยมที่มีแบตเตอรี่ขนาดประมาณ 60-70 kWh แล้วลองขับโดยเริ่มต้นจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่จังหวัดน่าน แล้ววนกลับมาจบทริปที่เดิม

  • ระยะทางรวม: 1,020 กิโลเมตร
  • ลักษณะการขับขี่: ขับแบบคนปกติครับ เปิดแอร์ 23-25 องศาตลอดทาง ความเร็วเฉลี่ย 100-110 กม./ชม. มีเร่งแซงบ้างตามจังหวะ
  • จำนวนสมาชิก: นั่ง 3 คนพร้อมสัมภาระเต็มท้ายรถ

มาถึงจุดที่ทุกคนรอคอยครับ การชาร์จไฟถ้าเน้นใช้สถานีชาร์จสาธารณะ (DC Fast Charge) เป็นหลัก โดยแบ่งการชาร์จออกเป็น 3 ช่วงหลักๆ ดังนี้ครับ:

1. ชาร์จเต็มจากบ้าน (กรุงเทพฯ)

เริ่มต้นทริปด้วยการชาร์จจากบ้าน (AC Charge) ค่าไฟบ้านเฉลี่ยหน่วยละ 4.7 บาท แบตเตอรี่ 70 kWh เต็มเปี่ยม

  • ค่าใช้จ่าย: ประมาณ 330 บาท

2. ชาร์จระหว่างทาง (ขาไป-ขากลับ)

ผมแวะชาร์จตู้ DC ตามปั๊มประมาณ 3 ครั้ง ครั้งละประมาณ 30-40 นาที (พอดีกับเวลาแวะกินข้าวและเข้าห้องน้ำ) ค่าไฟตู้ DC ช่วง Peak Time จะอยู่ที่ประมาณหน่วยละ 7.5 บาท

  • ชาร์จครั้งที่ 1 (นครสวรรค์): 350 บาท
  • ชาร์จครั้งที่ 2 (แพร่): 320 บาท
  • ชาร์จครั้งที่ 3 (ขากลับ อยุธยา): 280 บาท

3. สรุปยอดรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด

รวมแล้วทริปนี้ผมจ่ายค่าไฟไปทั้งหมด 1,280 บาท สำหรับระยะทาง 1,020 กิโลเมตร!

คิดเป็นค่าใช้จ่ายเฉลี่ย: 1.25 บาท ต่อกิโลเมตรเท่านั้น!

 

เมื่อลองเทียบกับรถน้ำมัน

ลองคิดเล่นๆ นะครับ ถ้าทริปนี้ผมขับรถเก๋ง ที่กินน้ำมันเฉลี่ย 15 กม./ลิตร ด้วยระยะทาง 1,000 กม. ผมต้องใช้น้ำมันประมาณ 67 ลิตร ถ้าน้ำมันลิตรละ 38 บาท...

  • ค่าน้ำมันรวม: ประมาณ 2,546 บาท
  • ส่วนต่าง: ประหยัดไปได้กว่า 1,266 บาท! (ประหยัดไปเกือบ 50%)

นี่ขนาดชาร์จตู้ DC ที่ราคาแพงกว่าไฟบ้านนะครับ ถ้าคุณเช่ารถไฟฟ้ารายปีแล้วชาร์จไฟบ้านเป็นหลักในช่วงกลางคืน ค่าใช้จ่ายจะยิ่งถูกลงไปอีก

การเช่ารถไฟฟ้าเที่ยวไทยระยะทาง 1,000 กม. พิสูจน์ให้เห็นแล้วครับว่า "ประหยัดเงินในกระเป๋า" ได้จริง และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เงียบ นุ่มนวล และอัตราเร่งที่ทันใจกว่ารถน้ำมันในระดับเดียวกัน หากคุณกำลังตัดสินใจอยู่ ผมแนะนำให้ลองเริ่มจากการเช่ารถไฟฟ้ากรุงเทพแบบรายสัปดาห์หรือรายเดือนดูก่อน เพื่อทดสอบว่าไลฟ์สไตล์การชาร์จไฟของคุณเป็นอย่างไร แล้วคุณจะพบว่า การก้าวเข้าสู่โลกของ EV ไม่ได้ยากอย่างที่คิด แถมยังช่วยโลกและช่วยเงินในกระเป๋าเราได้พร้อมๆ กันด้วยครับ

 

สำนักงานใหญ่ รถเช่าดอนเมือง

ตั้งอยู่เลขที่ 279/57 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210

เวลาเปิดทำการ 08.00 – 20.00 น. ทุกวัน

Call center 02 – 002 – 4606

092-284-8660 / 090-638-4888  / 086-993-3082

Line ID : @ecocar

Email : info@thairentecocar.com

            thairentecocar@gmail.com

WhatsApp :  0869933082

ธนาคารไทยพาณิชย์

เลขบัญชี : 605-2588466

ชื่อบัญชี : บริษัท ไทยเร้นท์อีโก้คาร์ จำกัด

บัญชีประเภทออมทรัพย์

**อ่าน** เงื่อนไขสัญญาเช่า  (คลิก)

Visitors: 233,900