เช่ารถขับเอง BANANA ลุยที่เที่ยวแม่สอด ไปไหนบ้าง !?

เช่ารถขับเอง BANANA ลุยที่เที่ยวแม่สอด ไปไหนบ้าง !?

แม่สอด เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางธรรมชาติ ที่ทำให้คุณลืมความวุ่นวายจากเมืองใหญ่ และศิลปะวัฒนธรรมที่น่าสนใจ โดยเฉพาะ วัดวาอารามที่มีความโดดเด่นด้านศิลปะที่จะมีการผสมผสานระหว่าง 2 ชนชาติ ทั้ง ไทย กับ เมียนมา ที่ได้รับอิทธพลจากการเป็นประเทศเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียง มาดูว่า การเช่ารถขับเอง ต้องเดินทางไปที่เที่ยวแม่สอดที่ไหน และเดินทางอย่างไร เดี๋ยว BANANA rent-a-car จะมาชี้ช่องทางให้คุณแล้ว ไปติดตามกันได้เลย ซึ่งขอเป็นการเดินทางแบบ 3 วัน 2 คืน ที่อาจจะง่ายต่อการบริหารเวลาได้

เดินทางอย่างไร จาก กทม. ไป อ.แม่สอด จ.ตาก สำหรับการเช่ารถขับเอง

หลังจากได้รับรถเช่าไว้เช่ารถขับเองไปแล้ว ให้คุณใช้เส้นทางถนนสายเอเชีย หรือ ทางหลวง หมายเลข 32 ที่เริ่มจาก อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ไปสิ้นสุดตรง อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ที่จะบรรจบกับทางหลวง หมายเลข 1 หรือ ถนนพหลโยธิน ที่จะมุ่งหน้าไปยัง จ.นครสวรรค์ ซึ่งหากไม่อยากแวะเข้าพักรถที่ นครสวรรค์ ก็มีเส้นทางเลี่ยงเมือง ด้วยทางหลวง หมายเลข 122 ให้จดจำว่าให้ไปทาง จ.กำแพงเพชร กับ จ.ตาก เอาไว้ก่อน ที่จะมีทางแยกออกไปทางซ้าย กลับเข้าทางหลวง หมายเลข 1 อีกครั้ง เพื่อมุ่งหน้าผ่าน จ.กำแพงเพชร ที่มีชื่อเสียงเรื่องขนมเฉาก๊วย ชากังราว และจะเข้าเขต จ.ตาก ตรง อ.วังเจ้า

จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวง หมายเลข 12 เพื่อมุ่งหน้าไปยัง อ.แม่สอด ตรงสามแยกตากแม่สอด โดยเส้นทางไปยัง อ.แม่สอด เป็นทิวเขาตลอดทาง ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ดีที่ เส้นทางไปดังกล่าว เป็นถนน 4 เลน ไปกลับ อย่างละ 2 เลน หากขับไม่คล่อง ให้ แช่ซ้ายไว้ ตอนขึ้นลงเขา ใช้เวลาราวๆ 6 ชั่วโมงครึ่ง

เช่ารถขับเอง ช็อปปิ้งสินค้าจากชนเผ่ามูเซอ สักการะเจ้าพ่อพะวอ พร้อมชมความอัศจรรย์ ของ เนินพิศวง

ระหว่างทางชมทิวทัศน์เขาอันสวยงาม กับ เส้นทางที่กลมกลืนกับธรรมชาติ ในการเข้าตัว อ.แม่สอด ก็จะผ่าน จุดพักรถใหญ่ๆ หากจะยืดเส้นยืดสายได้ ก็คือ 'ตลาดดอยมูเซอ' ที่มี 'ตลาดดอยมูเซอเก่า' ที่ตั้งอยู่บนเส้นทางขาออกจาก อ.แม่สอด กับ 'ตลาดดอยมูเซอใหม่' ที่จะต้ั้งอยู่เส้นขาเข้าตัว อ.แม่สอด เป็นสถานที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะมาซื้อของฝากเป็นแหล่งจำหน่ายผลิตสินค้าทางการเกษตรมากมาย ทั้ง ของสด, ของแปรรูป, ผลไม้ และ ผลไม้แปรรูป รวมไปถึง ของที่ระลึกชาวเขาเผ่ามูเซอ พร้อมร้านกาแฟ ที่มาจากไร่ท้องถิ่นของชนเผ่ามูเซอ เอง อีกด้วย

หลังจากทำให้ร่างกายกะปรี้กะเปร่าแล้ว ก็ออกเดินทางต่อ จุดที่เป็นไฮไลท์ต่อไป ก็จะเป็น 'ศาลเจ้าพ่อพะวอ' ศาลเจ้าที่เคารพนับถือของชาวเมืองตากและชาวอำเภอแม่สอดมาโดยตลอด โดยภายในศาลมีรูปหล่อ ของเจ้าพ่อพะวอ ซึ่งประชาชนนิยมนำพวงมาลัยไปแขวนไว้ตรงมือของท่าน และด้วยเหตุที่ท่านเป็นนักรบจึงชอบเสียงปืน ดังนั้นเพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อท่านของผู้เดินทางผ่านไปมา หลายคนที่ได้ไปสักการะมักจุดประทัดถวาย หรือ บางคนที่ขับรถผ่าน จะมีการสักการะท่าน ด้วยการ "บีบแตรรถ" ซึ่งคนขับรถ ทุกๆ คัน จะให้เกียรติและเคารพกับสถานที่แห่งนี้

ไม่ไกลนัก ก็จะได้เห็นความอัศจรรย์ของ 'เนินพิศวง' ที่อยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 68 ของทางหลวง หมายเลข 12 สายตาก-แม่สอด มีลักษณะเป็นทางขึ้นเนินที่แปลก คือเมื่อนำรถไปจอดไว้ตรงทางขึ้นเนินโดยไม่ได้ติดเครื่องรถจะไหลขึ้นเนินไปเอง ซึ่งสามารถทดลองได้ หากมีเวลานะ ด้วยการดับเครื่องยนต์ ปลดเกียร์ว่าง และเปิดไฟฉุกเฉิน ณ จุดทดสอบซึ่งเป็นทางขึ้นเนิน รถยนต์จะวิ่งขึ้นเนินไปเอง นอกจากความพิศวงของเนินแห่งนี้แล้ว ที่นี่ยังเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามอีกด้วย โดยที่มาแห่งความพิศวงของเนินอันอัศจรรย์ดังกล่าว เกิดจากภาพลวงตา เพราะในความเป็นจริง เมื่อวัดระดับความสูงของพื้นที่สองจุดแล้ว ความสูงของเนินจะมีระดับต่ำกว่าช่วงที่เป็นทางขึ้นเนิน นั่นเอง จากนั้นก็จะเข้าถึงตัว อ.แม่สอด พร้อมเข้าที่พักเก็บของให้เรียบร้อย

เตรียมจัดโปรแกรมเช่ารถขับเอง ตะลอนที่เที่ยวแม่สอด

เมื่อเดินทางถึงตัว อ.แม่สอด แล้ว หากยังมีเวลาไม่เย็นมาก ขอแนะนำให้คุณเดินทางไปที่ 'สะพานมิตรภาพ ไทย-พม่า' สะพานข้ามแม่น้ำเมย แม่น้ำเป็นพรมแดนธรรมชาติกันระหว่าง ไทย กับ เมียนมา และจะมีป้ายให้คุณถ่ายไว้เป็นที่ระลึกลง อินสตาแกรม หรือ เก็บเป็น ไอจี สตอรี่ ตรงป้าย "สุดประจิมที่ริมเมย" ใกล้ๆ จะมี 'ตลาดริมเมย' ที่ให้คุณเลือกซื้อกำไลหยกพม่า เป็นเครื่องประดับไว้เป็นเสริมดวงคุณ จากนั้นก็หาที่รับประทานอาหารเย็น บริเวณใกล้ๆ ขอแนะนำ 'ร้านอาหารฮักแม่สอดกอดริมเมย' หรือร้านอาหารอื่นๆ ก็ได้ ตามความชอบของลูกค้าเอง

เตรียมตัวเช่ารถขับเอง ทัวร์แม่สอด

ตื่นเช้ามา รับประทานอาหารเช้า ที่โรงแรมที่พักของคุณเอง จากนั้นก็เตรียมท่องเที่ยวได้เลย โดยเริ่้มจากที่นี่เลย 'วัดไทยวัฒนาราม' ที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2400 โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมพม่าสุดวิจิตรตระการตา ไม่ว่าจะเป็น วิหารสีทอง วิหารพระพุทธมหามุนี และ เจดีย์โกนาวิน ตลอดไปจนถึง พิพิธภัณฑ์พระพุทธศาสนา อาคารชั้นเดียวที่จัดแสดงเกร็ดความรู้ และประวัติความเป็นมาของพุทธศาสนาในรูปแบบที่น่าสนใจ ก็ให้มากราบไหว้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อตัวเอง ส่วนวิธีเดินทางไปให้ไปยังถนนมิตรไมตรี จากทางหลวง หมายเลข 12 เข้ามาแล้วจะอยู่ฝั่งขวามือ มีป้ายบอกชัดเจน ติดกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าสายลวด

หลังจากกราบไหว้ และชมความงามของศิลปะพม่า อย่างเต็มตา เต็มคาราเบล ก็ให้ออกเดินที่ยังที่ต่อไป ให้วิ่งออกนอกเมืองไปยัง 'อุโมงค์ไม้ไผ่ ทิวไผ่งาม' ใครจะชอบถ่ายรูปสวยๆ ลงไอจี อะไรก็ตามแต่ ที่นี่จะทำให้คุณจินตนาการว่าตกไปยังโลกจอมยุทธเมืองจีน ตั้งอยู่ในเขตชุมชนบ้านป่าไร่เหนือ ใกล้ๆ กับ วัดป่าไร่เหนือ ความสวยของที่นี่ก็คือ เป็นอุโมงค์ไผ่ที่โค้งเข้าหากันอย่างสวยงาม เป็นแนวยาว

ด้านการเดินทางนั้นให้ใช้เส้นทางหลวง หมายเลข 105 และให้ยูเทิร์นย้อนกลับมาและเลี้ยวซ้ายเข้าไปทางหลวงชนบท ตก.ถ.0029 หรือ ทางหลวงชนบท ตาก 4003 บ้านต้นผึ้ง อ.แม่ระมาด ตรงมาเรื่อยๆ จนถึงสามแยกที่มี 'ที่ทำการหน่วยกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 345 ชุดเฝ้าตรวจชายแดนบ้านตีนธาตุ' ให้เลี้ยวขวาตรงไปอย่างเดียว ผ่านวัดป่าไร่เหนือ ก็ถึงที่แล้ว

จากนั้นให้ช่วงตอนเที่ยงๆ บ่ายๆ ให้วิ่งกลับเข้าตัว อ.แม่สอด หาที่ที่รับประทานอาหารกลางวัน ให้เต็มอิ่มก่อน ตามความชอบของคุณเอง เสร็จแล้วให้คุณเดินทางไปยังแลนด์มาร์คที่ดูสวยงามไม่น้อย และได้รับความนิยมพอตัว อย่าง 'โค้ง 33 บ้านแม่โกนเกน' เป็นถนนที่เป็นทางโค้งสวยงาม เมื่อมองจากบนเนินเส้นทางคดโค้งแล้วดูคล้ายเลข 3 ที่ซ้อนกัน 2 ตัว สองฝั่งข้างทางนั้นเต็มไปด้วยทุ่งข้าวโพดสลับกับเนินหญ้าสีเขียวสบายตา ให้ความรู้สึกเหมือนได้ไปเดินชิลๆ อยู่ต่างประเทศเลย ใกล้ชายแดนไทย-เมียนมา

ด้านการเดินทางนั้น ให้เลี้ยวเข้าทางหลวง หมายเลข 1090 ที่เป็นวงเวียนนอกตัว อ. แม่สอด ที่จะมุ่งหน้าไป อ.พบพระ จนเจอปั๊มน้ำมัน ปตท.ห้วยแม่แป้น ทางซ้ายมือ ก่อนถึงปั๊มเล็กน้อยจะมีทางเลี้ยวเข้าบ้านแม่โกนเกน ทางหลวงท้องถิ่น ตก.ถ.3100 จนถึงบ้านแม่โกนเกน ให้เลี้ยวเข้าซอยบ้านมหาวัน หมู่ที่ 1 จนถึงแยกตัว Y ให้ไปทางซ้าย และตรงไปยาวๆ ผ่าน ไพศาล ฟาร์ม ขับตามทางที่ทำถนนลาดยาง ไปเรื่อยๆ ประมาณ 10 กิโลเมตร ก็จะถึงโค้ง 33 ให้ขับเลยขึ้นไปจอดบนเนินเขา เป็นอะไรที่แจ่มว้าวมากๆ น่าถ่ายรูปลงไอจีซะจริงๆ

จากนั้นตอนเย็นๆ ค่ำๆ หากอยากกินอะไรแซ่บๆ ด้วยแล้ว ขอแนะนำ 'ปลาสดเมืองฉอด' ร้านอาหารชื่อดังในอำเภอแม่สอด ที่ใครหลายคนต่างก็แนะนำว่าเป็นหนึ่งในร้านที่ต้องแวะ บรรยากาศร้านแสนชิล ที่สามารถมองเห็นวิวพระอาทิตย์ตกได้เลย และเมนูอาหารจำพวกปลา แสนอร่อยที่ใครมาแล้ว ติดอกติดใจ เช่น ปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว ปลากะพงทอดน้ำปลา ส้มตำปลาทับทิม ผัดฉ่าปลาบึก แกงส้มแป๊ะซะปลาช่อน หรือถ้าใครไม่ใช่สายปลา ก็ยังมีเมนูอื่นๆ เช่น สลัดผักไฮโดร ผัดเผ็ดกบ และ ยำเห็ดรวมกุ้ง หรือ หากอยากชิลๆ ก็มีร้านอาหารกึ่งบาร์ ราคาบ้านๆ ในตัวอำเภอมากมาย แล้วแต่ความชอบ แต่ก็ประคองตัวให้ขับรถกลับที่พักอย่างปลอดภัยนะ

เตรียมเดินทางกลับสู่กรุงเทพมหานคร

ตื่นเช้ามา รับประทานอาหารมื้อเช้า ที่โรงแรมให้เรียบร้อย และเตรียมตัวเก็บของเช็คเอาท์ พร้อมจะออกเดินทางกันต่อ ซึ่งส่วนนี้ หากไม่ได้แวะสะพานมิตรภาพไทย-พม่า ในวันแรกที่มาถึงอำเภอแม่สอด ก็แวะได้เลย และช็อปปิ้งได้ที่ ตลาดริมเมย ก่อนเดินทางกลับ หาซื้อกำไลหยกพม่า สวยๆ จากนั้นก็โบกมือลาดินแดนขุนเขาอันเงียบสงบ เดินทางกลับกรุงเทพมหานคร ด้วยทางหลวง หมายเลข 12 ระหว่างทางนั้น หากไม่ได้แวะตอนเดินทางมา ก็สามารถแวะได้ หากเวลามากพอ

ไม่ว่าจะเป็น ศาลเจ้าพ่อพะวอ ที่ควรบีบแตรสักการะขอพรตอนเดินทางกลับด้วย, แวะพักรถชมวิวสวยๆ กลางป่ากลางเขา ณ จุดชมวิวตาก-แม่สอด ลงรูปไอจี-ไอจีสตอรี่ เก๋ๆ พร้อมกินข้าวเที่ยงริมทาง ด้วยเลยก็ได้ แต่หากไม่สะดวกก็ไปที่ ตลาดดอยมูเซอเก่า ที่มีของฝากท้องถิ่น, ร้านกาแฟ และ ร้านอาหารทั่วไป ให้รับประทาน และปิดท้ายด้วยการไปดูต้นกระบากยักษ์ ณ อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช พร้อมนั่งชิลๆ ชมธรรมชาติได้จนพอหอมปากหอมคอ ก่อนที่จะเดินทางกลับเข้า กทม. อย่างฟินๆ

Visitors: 161,056