รวม 5 วิธีดู ยางรถยนต์ ก่อนจะเช่ารถ สำหรับมือใหม่

  

        วิธีการดู ยางรถยนต์ ก่อนเลือกเช่ารถ

MICHELIN Defender LTX M/S - Car Tire | MICHELIN USA

          ยางรถยนต์ อุปกรณ์อย่างหนึ่งของรถที่มีอายุการใช้งานจำกัด และเป็นสิ่งที่ต้องมีการเปลี่ยนใหม่เป็นประจำ ซึ่งการเปลี่ยนยางรถยนต์ใหม่ในแต่ละครั้งไม่ได้เปลี่ยนเพียงล้อเดียว 

          แต่ต้องเปลี่ยนทั้งหมด 4 ล้อ แน่นอนว่าต้องมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายที่สูงระดับหนึ่ง จึงจำเป็นต้องเลือกยางที่ดี มีคุณภาพ และคุ้มค่าต่อการใช้งานให้มากที่สุด 

          แม้หน้าที่หลักของยางรถยนต์จะซับแรงสะเทือน รับน้ำหนัก และช่วยให้รถยึดเกาะถนน แต่ยางรถยนต์ที่จำหน่ายนั้นถูกแยกย่อยเอาไว้หลายแบบสำหรับการใช้งานที่แตกต่างกัน 

          ดังนั้น ก่อนที่เราจะเลือกเปลี่ยนยางรถยนต์ เราควรต้องทราบว่าลักษณะการใช้งานหรือพฤติกรรมการขับขี่เป็นยางไรเสียก่อนเพื่อจะได้เลือกยางรถยนต์ให้เหมาะสมถูกต้อง 

          เช่น ใช้น้อย ระยะทางสั้น ๆ ขับไม่เร็ว อาจไม่จำเป็นต้องใช้ยางรุ่นท็อป ราคาสูงสุดเสมอไป สามารถเลือกยางประหยัดน้ำมัน หรือยางแบรนด์ที่ราคาไม่แพงมากได้ 

          เพราะใช้คุณสมบัติได้ไม่คุ้มค่า

          แต่ถ้าชอบใช้ความเร็วสูง เน้นการยึดเกาะ ยางแบบสปอร์ตจะมีความเหมาะสมมากกว่า หรือกรณีชอบความนุ่ม เงียบ นั่งสบาย ควรต้องเลือกยางกลุ่มนุ่มเงียบ 

          ซึ่งแต่ละยี่ห้อจะแบ่งประเภทยางใกล้เคียงกัน นอกจากนี้การเลือกยางรถยนต์ ควรเลือกตามลักษณะรถ เช่น ยางสำหรับรถกระบะ ยางออฟโรด หรือยางรถ SUV

          นอกจากการเลือกประเภทยางให้เหมาะสมกับความต้องการแล้ว การซื้อยางรถควรพิจารณาถึงปีที่ผลิตซึ่งจะระบุไว้ที่แก้มยางและไม่ควรเลือกยางที่ผลิตนานมากเกินไป 

          เพราะถึงยางจะไม่ถูกใช้งานแต่เนื้อยางจะเสื่อมสภาพตามเวลา หากได้ยางปีเก่ามาใช้จะทำให้อายุยางเสื่อมเร็วกว่ายางปีใหม่ทำให้ต้องเปลี่ยนยางเร็วขึ้นหรือประสิทธิภาพ

          ต่ำลงเร็วเมื่อเทียบกับยางปีใหม่กว่า เป็นต้น  

          หากจะแบ่งประเภทของยางรถยนต์ตามสไตล์การขับขี่ หรือการใช้งานจะแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ ยางนุ่มเงียบ, ยางประหยัดน้ำมัน, ยางสปอร์ตสมรรถนะสูง, ยางออฟโรด 

          และยาง RunFlat และสำหรับมือใหม่ที่เลือกเช่ารถจะมี 5 สิ่งที่ผู้เช่าเป็นจะต้องดูก่อนเซ็นรับมอบรถ 

          1.ดูที่สะพานยาง 
              สอบถามวิธีการดูดอกยางรถยนต์ว่าสมควรเปลี่ยนยางได้แล้ว - Pantip
               ให้สังเกตส่วนที่เป็นเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างดอกยาง ซึ่งสิ่งนั้นเรียกว่า สะพานยาง หรือ Tire Tread Wear Indicator คือ ปุ่มในร่องดอกยางบนหน้ายางรถยนต์ 
                เพื่อวัดความสูงของดอกยาง ถ้าดอกยางสึกจนอยู่ในระดับเดียวกับสะพานยาง แสดงว่าถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนใหม่ เพราะยางเส้นนั้นถูกใช้งานจนสึก จนไม่
                อาจสามารถทำหน้าที่ในการรีดน้ำได้ดีเหมือนกับยางเส้นใหม่ที่มีดอกยาวหนากว่า โดยผู้ใช้รถจะต้องตรวจเช็กสะพานยางทุก ๆ 6 เดือน หรือ 10,000 กิโลเมตร
          2.สภาพดอกยาง 
              ยางแบบไหน? ที่เรียกว่าหมดอายุ
                อย่างที่ทราบกันว่า ดอกยางรถยนต์มีคุณสมบัติในการช่วยรีดน้ำเวลาที่เราต้องขับรถบนถนนที่เปียกหรือมีน้ำขัง เพื่อช่วยให้ผิวหน้าของยางรถยนต์ยังเกาะถนนได้ปกติ
                แต่หากดอกยางเหลือน้อยก็มีโอกาสสูงที่รถจะเสียหลักลื่นไถลได้ โดยปกติดอกยางใหม่จะลึกประมาณ 8-9 มิลลิเมตร แต่ถ้าดอกยางเหลือไม่ถึง 3 มิลลิเมตรแล้ว ควรรีบ
                เปลี่ยนยางรถยนต์ทันที หรือสังเกตุด้วยตาเปล่า โดยนำไม้ขีดไฟทิ่มลงไปในร่องยาง ถ้าเห็นหัวไม้ขีด แสดงว่าดอกยางบาง และเหลือน้อย เกินกว่าจะใช้งานได้
          3.เช็กความแข็งกระด้าง-รอยแตกลายงา 
               ยางรถยนต์ควรเปลี่ยนเมื่อไหร่หลังยางรั่ว และปะยางรถ | Bridgestone.co.th
               ผิวยางรถยนต์ใหม่ ๆ จะมีความเงาและความนิ่มระดับหนึ่ง แต่เมื่อผ่านการใช้งานไปสักระยะ ผิวยางจะเริ่มแข็งกระด้าง ไปจนถึงปรากฏรอยแตกลายงา ซึ่งจะส่งผลต่อ
               ความทนทานของแก้มยาง และการเกาะถนนเป็นอย่างมาก ซึ่งควรให้ช่างผู้ชำนาญตรวจสภาพของยาง เพื่อประเมินว่าควรเปลี่ยนเลยหรือไม่
         4.ดูตำแหน่งรั่วของยาง 
               รถยางรั่ว ขณะขับรถต้องทำอย่างไร ? ปะยางหรือเปลี่ยนยางใหม่? - เฮงลิสซิ่ง
              หากเกิดยางรั่วและต้องปะยางรถยนต์ ควรทำกับยางที่มีรอยรั่วเล็ก ๆ และต้องอยู่บนหน้ายางเท่านั้น โดยตำแหน่งการรั่วของยางต้องไม่กระทบกับโครงสร้างยางภายใน 
              หรือไม่ควรปะยางบริเวณแก้มหรือขอบยาง เพราะวัสดุที่นำมาใช้ปะยางนั้นไม่แข็งแรงพอที่จะสามารถยึดเหนี่ยวได้ หากใช้ยางต่อไป อาจเกิดยางระเบิด หรือยางแตกได้
              ในที่สุด ดังนั้นถ้าเกิดรั่วหรือแตกในบริเวณดังกล่างให้เปลี่ยนยางเส้นใหม่จะดีที่สุด
          5.ยางบวม 
                ยางบวม เกิดจากอะไรได้บ้าง?? - https://www.grandprix.co.th/
                ถ้ามีอาการยางบวม หรือปูดขึ้นมาจนเห็นได้ชัด ก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่าควรเปลี่ยนยางเส้นใหม่ โดยอาการยางบวมนั้นมักมาจากการขับรถเสียดสีอย่างรุนแรง อาจเป็น
                การชนขอบทางเท้า หรือขับรถตกหลุม หรือยางที่ใช้ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งหากขับรถไปทั้งที่ยางบวม ก็อาจเกิดอันตราย ยางระเบิด หรือยางแตกกลางทางได้ หรือหาก
                แตะเนื้อยางแล้วพบว่ายางแข็ง คือจิกเล็บลงไปไม่เห็นรอย แสดงว่าหน้ายางหมดอายุ ก็ต้องรีบเปลี่ยนยางใหม่เช่นกัน

 

    วิธีดูยางรถยนต์หมดอายุและปีที่ผลิตยาง ควรดูตรงไหน?

          คุณอาจจะมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ ยางรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นความดันลมยาง ความลึกร่องดอกยางหรือแม้แต่ประเภทของยาง แต่รู้ไหมว่าเราสามารถบอกอายุของยางรถยนต์

          ได้แบบง่าย ๆ รวมถึงวิธีดูยางรถยนต์หมดอายุและยางรถหมดอายุกี่ปีได้ด้วยนะ

           นอกจากวิธีดูยางรถยนต์หมดอายุ เรายังสามารถดูวันเกิดของยางได้ที่บริเวณแก้มยาง ซึ่งจะมีรหัสบอกว่ายางเส้นนั้น ๆ ผลิตเมื่อไหร่ และยางรถหมดอายุกี่ปี หากไม่ทราบว่า

           ยางที่ใช้อยู่นั้นมีอายุมาเท่าไหร่แล้ว เรามีวิธีการดูแบบง่าย ๆ มาฝากกัน 

            การถอดรหัสวันที่ว่ายางรถหมดอายุกี่ปี

           วิธีถอดรหัสตัวเลขบนยางรหัสเป็นไปตามรูปแบบ “WWYY” โดยเลข 2 ตัวแรกบอกว่าเป็นสัปดาห์ที่เท่าไหร่ และเลข 2 ตัวหลังคือ 2 หลักสุดท้ายของปี ค.ศ. ที่ผลิตยาง

           สำหรับยางเส้นนี้  ALENZA001 รหัสคือ “0619” ซึ่งหมายความว่า ยางเส้นนี้ถูกผลิตขึ้นในสัปดาห์ที่ 6 ของปี 2019 ดังนั้นจากวิธีดูยางรถยนต์หมดอายุเราจึงพอบอกได้ว่า

           ยางเส้นนี้ถูกผลิตประมาณสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน กุมภาพันธ์ 2019

            ต้องรู้ไว้ !! วิธีดูปียางรถยนต์ ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ พร้อมวิธีดู

           ทำไมต้องสนใจเรื่องอายุของยางว่ายางรถหมดอายุกี่ปีด้วย

           ยางรถยนต์ ถูกสร้างขึ้นมาจากวัสดุอินทรีย์ที่มาจากธรรมชาติจำนวนมาก ซึ่งสารประกอบต่าง ๆ ในยางรถก็จะเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลาเช่นเดียวกับวัสดุอินทรีย์อื่น ๆ

            สำหรับวิธีดูยางรถยนต์หมดอายุ หากมีการเก็บรักษายางอย่างเหมาะสม ยางก็จะมีอายุการเก็บรักษาในที่เก็บโดยเฉลี่ยเป็นเวลา 5 ปี โดยยังสามารถซื้อมาใช้ได้ แม้ว่าจะ

           ถูกผลิตจากโรงงานมาหลายเดือนแล้วก็ตาม แล้วยางรถหมดอายุกี่ปีหละ ? ยางใหม่จะมีอายุการใช้งานโดยประมาณ 40,000 กิโลเมตร ปัจจุบันในประเทศไทยจะมีคำแนะนำ

           การเปลี่ยนยางเมื่อเดินทางได้ 50,000 กิโลเมตร หรือมีอายุการใช้งานทุก ๆ 3.5 ปี ซึ่งอยู่ในเกณฑ์กำลังดี เพราะยังต่ำกว่าอายุยางสูงสุดที่แนะนำคือ 10 ปี

           หากยางใหม่ถูกเก็บรักษาไม่ถูกวิธี และไปสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ยางจะเสื่อมสภาพไวขึ้น ส่งผลให้ยางเสียสภาพและแตกร้าวได้ และทำให้อายุการใช้งานของยางสั้นลงด้วย

           แต่ที่ศูนย์บริการหรือตัวแทนจำหน่ายยางของบริดจสโตน คุณสามารถเชื่อมั่นได้ว่า ยางทุกเส้นของบริดจสโตนที่คุณซื้อนั้น ได้มีการเก็บรักษาด้วยความระมัดระวังสูงสุด เพื่อที่คุณ

           จะได้ใช้งานยางของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดตลอดอายุการใช้งาน

           เพราะเราใส่ใจทุกขั้นตอนเกี่ยวกับยาง ตั้งแต่การผลิตที่โรงงานไปจนถึงตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตจากบริดจสโตน ตลอดจนขั้นตอนการขนส่งอย่างถูกต้อง จะช่วยให้คุณมั่นใจ

           ได้ว่ายางเหล่านี้จะถูกเก็บรักษาและเรียงบนชั้นเก็บอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ยางรถที่คุณซื้อไปนั้น ได้ถูกเก็บรักษาอย่างดีไว้ในที่แห้งไม่อับชื้น พ้นจากแสงแดดและความร้อน

 

           สนใจเช่ารถกับ BANANA rent-a-car รถเช่าบริการระดับมืออาชีพ คลิก

 

Visitors: 116,974