5 วิธีขับรถเกียร์ออโต้ ให้ได้ภายใน 1 วัน

5 วิธีขับรถเกียร์ออโต้ ให้ได้ภายใน 1 วัน

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทุกๆ คน ต้องมีปัจจัยที่ 5 อย่าง รถยนต์ส่วนบุคคล ที่สามารถไปไหนก็ได้ตามใจของคุณเอง หรือแม้กระทั่ง รถเช่ากรุงเทพ ที่คุณเช่าเอง ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเกียร์ออโต้ ที่อาจจะใช้งานได้ง่ายๆ สำหรับพวกมือใหม่ หรือ ผู้ใช้ยุคใหม่ ที่มีไว้ขับขี่ในเมือง หรือ จะเอาออกไปท่องเที่ยวตามต่างจังหวัด อย่างไรเสีย ทาง รถเช่า BANANA rent-a-car จะมาแนะนำ 5 วิธีขับรถเกียร์ออโต้ ให้คล่องๆ ภายใน 1 วัน ต้องทำอย่างไร มาดูกับเราได้เลย รับรองใช้ได้แน่นอน 100%


1. เรียนรู้หน้าตาเกียร์ เบื้องต้นเสียก่อน ในวิธีขับรถเกียร์ออโต้

อย่างแรกเลย ก็คือ ต้องเรียนรู้เรื่องตำแหน่งต่างๆ ของเกียร์ออโต้ และหน้าที่ของตรงส่วนนั้นก่อน เพื่อจะได้ทราบและเข้าใจในการใช้งาน โดยทั่วไปจะมีอยู่ 7 ตัวด้วยกัน ได้แก่ P, R, N กับ D ที่ยืนพื้นๆ และจะมีอีก 3 ตัว ที่จะมีอยู่ในรถรุ่นใหม่ๆ ตามแล้วแต่ละยี่ห้อรถ คือ 3, 2 และ L ที่ตรงส่วนหลังทั้งหมด มีเอาไว้ใช้งานยามที่ต้องวิ่งขึ้นลงเขาลดการใช้เบรก ถี่ๆ เพราะ ผ้าเบรคจะหมดได้เร็วยิ่งขึ้น หากใช้พร่ำเพรื่อ

อย่างไรก็ตาม เราก็ควรเรียนรู้อ็อปชันเอาไว้ด้วย เนื่องด้วยในรถยนต์แต่ละรุ่น ก็จะมีอ็อปชันเสริมพิเศษไว้ด้วย สำหรับเกียร์ออโต้ ไม่ว่าจะเป็น ปุ่ม S ที่เป็นปุ่มเพิ่มความเร็ว ไว้แซง ซึ่งในยุคใหม่ๆ มักจะไม่ใช้กัน เพราะรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ได้ออกแบบให้มีรอบเครื่องที่เร็วขึ้นในการขับเคลื่อน โดยเฉพาะ ตัวเกียร์ D ที่จะเพิ่มสปีดความเร็วให้เองอยู่แล้ว ราวลงเกียร์ 3-4 แบบเกียร์ธรรมดา ฉะนั้นไม่ต้องห่วงเลย


2. วิธีขับรถเกียร์ออโต้ ง่ายๆ แบบฉบับ BANANA

  • การสตาร์ท ตำแหน่งเกียร์ควรอยู่ที่ P ใช้เท้าขวาเหยียบเบรคไว้ แล้วก็บิดกุญแจสตาร์ท
  • การขับเดินหน้า ขณะที่เท้ายังคงเหยียบเบรค ให้เลื่อนตำแหน่งเกียร์มาเป็นตำแหน่ง D หรือ D4 จากนั้นค่อยๆ ผ่อนเท้าออกจากเบรค ซึ่งตอนนี้รถจะแล่นไปได้เองอย่างช้าๆ แล้วเราจึงค่อยๆ เหยียบคันเร่งเพื่อให้ได้ตามความเร็วที่เราต้องการ
  • การขับขึ้น-ลง ทางลาดชัน ผ่อนความเร็วรถแล้วเลื่อนเกียร์มาที่ตำแหน่ง L แล้วก็เหยียบคันเร่งไปตามความต้องการ
  • การเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ L มาเป็น D ผ่อนความเร็ว แล้วเลื่อน มาที่ตำแหน่ง D แล้วขับไปตามปกติ
  • การจอดรถ ค่อยๆ ผ่อนความเร็วรถเมื่อรถจอดสนิทก็เลื่อนตำแหน่งมาที่ P ใส่เบรคมือ ดับเครื่อง
  • การจอดรถ ในลักษณะกีดขวางคันอื่น หรือการจอดแบบปลดเกียร์ว่าง เมื่อจอดปกติตามข้อ 3 แล้ว แต่ไม่ต้องดึงเบรคมือขึ้นก็กดปุ่มเล็กๆ ที่เรียกว่า SHIFT LOCK แล้วเลื่อนตำแหน่งเกียร์ไปที่ N
  • การจอดกรณีติดไฟแดง เหยียบเบรคค้างไว้แล้วเลื่อนเกียร์มาที่ตำแหน่ง N
  • การถอยหลัง เหยียบเบรคค้างไว้แล้วเลื่อนเกียร์มาที่ตำแหน่ง R ค่อยๆ ผ่อนเบรคเพราะรถจะถอยได้เอง แต่ถ้าต้องการให้ถอยเร็วหรือกรณีถอยขึ้นที่สูงก็อาจเหยียบคันเร่งแบบค่อยๆ เหยียบ


3. ใช้เท้าขวาข้างเดียวพอแล้ว สำหรับวิธีขับรถเกียร์ออโต้

พยายาม เบรค หรือ เหยียบคันเร่ง ด้วยเท้าขวาเท่านั้น และเหยียบเบรคทุกครั้งก่อนสตารท์รถ เพื่อป้องกันอันตรายถึงแม้ตำแหน่งเกียร์จะอยู่ที่ตำแหน่ง (P) หรือ (N) ก็ตาม และเหยียบเบรคทุกครั้ง ที่มีการเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ว่าง (N) หรือ เกียร์จอด (P) ไปเป็นเกียร์เดินหน้า (D) หรือเกียร์ถอยหลัง (R) จำไว้ให้ขึ้นใจครับ รถหยุดนิ่ง เหยียบเบรคก่อนทุกครั้งก่อนขยับเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ อีกทั้งให้คุณใช้แค่เพียงส่วนฝ่าเท้าขวาก็พอ จะได้แก้ปัญหาปวดเท้า ง่ายๆ คือ เอาส้นเท้าขวาปักไว้ เอาแรงลงไปที่ฝ่าเท้า

สำหรับคุณผู้หญิงด้วยแล้ว หากไม่ใช่ไปงานราตรี หรือ ออกมางานใดๆ ก็เลี่ยงการใส่รองเท้าส้นแหลม หรือ ส้นสูงส้นตึก เพราะจะไม่สามารถเหยียบ เบรค หรือ คันเร่ง ได้เต็มที่ และถอดรองเท้าขับรถด้วยแล้ว ก็ขอให้เอารองเท้าไปวางที่อื่น ที่ไม่ใกล้ตรงส่วน คันเร่ง กับ เบรค เพราะอาจจะไปขัดตรงร่องหรือวิถีการใช้งานได้


4. ไม่ควรขับลากเกียร์

โดยทั่วไปการขับรถยนต์เกียร์ออโต้ ตำแหน่งเกียร์จะอยู่ที่ (D) ระบบสมองกลที่ควบคุมเกียร์จะทำการสั่งงานให้ปรับเปลี่ยนเกียรให้ขึ้นลงตาม ความเหมาะสมและความเร็วของรถอยู่ตลอดเวลา บางท่านรู้มากใช้วิธีเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์โดยการเลื่อนคันเกียร์ขึ้นลงเองใน ขณะที่รอบเครื่องทำงานสูงสุดเพียงเพื่อหวังผลทางด้านอัตราเร่งแต่จะมีผลทำ ให้ผ้าคลัทช์ และระบบทอกค์คอนเวอร์เตอร์เกิดการสึกหรอเสียหาย และทำให้มีอายุการใช้งานของเกียร์อัตโนมัติสั้นลง


5. เช็คน้ำมันเกียร์ออโต้ บ่อยๆ

น้ำมันเกียร์ออโต้ เป็นหัวใจของการหล่อลื่นและยืดอายุการใช้งานของเกียร์รถ ท่านให้ยาวนาน จึงควรเอาใจใส่ตรวจสอบบ่อยๆ การตรวจเช็คระดับน้ำมันเกียร์ให้อยู่ในระดับที่ไม่ต่ำกว่าขีดที่ก้านวัด กำหนดหมั่นเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ตามระยะทางที่แนะนำ ไม่มีเกียร์ออโต้ใดๆ ไม่ต้องการการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ตลอดอายุการใช้งานของรถตามที่มีหลายๆ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์โฆษณาชวนเชื่อให้รถยนต์ของตนดูทนทานและแข็งแรงตามความเป็นจริงจากสภาพการจราจร อุณหภูมิ และสภาพการขับขี่เกียร์ออโต้ทุกยี่ห้อ ยังต้องการการดูแลแปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ตามระยะทางที่ใช้

Visitors: 40,732